ทำไมต้องสมัครแพ็กเกจอินเตอร์เน็ต

โทรศัพท์สมาร์ทโฟนตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, Android ถูกออกแบบมาให้ต่อเน็ตตลอดเวลา ทำให้สามารถแจ้งเตือนข้อมูลต่างๆให้เราได้ทราบทันที เช่นเวลามีคนมาคอมเม็น facebook หรือเวลามีอีเมล์ใหม่เข้ามา เป็นต้นเครื่องพวกนี้แจ้งให้เราทราบได้ทันที ซึ่งนั่นก็หมายถึงเครื่องของเราจะต้องต่อเน็ตอยู่ตลอดเวลา (เราสามารถตั้งค่าให้สมาร์ทโฟนของเราสามารถต่อ หรือไม่ต่อเน็ตเลยก็ได้)

ส่วนการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตนั้น เครื่องพวกนี้ก็สามารถเชื่อมต่อได้ทาง Wifi / 3G / EDGE

wifi rounterด้าน Wifi บางท่านที่บ้านติดไฮสปีดอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น TOT, 3BB, True Online ก็สามารถจะซื้อ ไวไฟเร้าเตอร์ (Wifi Rounter) มาต่อใช้ได้เลย ท่านก็จะมีสัญญาณไวไฟใช้ภายในบ้าน มือถือของท่านก็จะใช้ Wifi ภายในบ้านของท่านเอง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แล้วถ้าออกนอกบ้านหรือที่บ้านไม่มีเร้าเตอร์ที่ว่าละ? ละจะเล่นเน็ตได้ยังไง?

เราก็ต้องพึ่งสัญญาณจากผู้ให้บริการต่างๆ เช่น วันทูคอล ดีแทค ทรู 3BB เองก็มีให้บริการ Wifi ตามจุดต่างๆ แต่ยังไงพื้นที่ให้บริการก็ยังไม่ครอบคลุมเท่า EDGE หรือ 3G อยู่แล้ว

ในประเทศไทยตอนนี้นั้น สัญญาณ EDGE ครอบคลุมพื้นที่มากสุด มีอยู่ในทุกอำเภอ อาจจะทุกตำบลแล้วด้วย แต่ก็เป็นการเชื่อมต่อที่ช้าที่สุดด้วย(ประมาณ 100 kbps) ส่วน 3G นั้น กำลังอยู่ในช่วงขยายพื้นที่ให้บริการ เป็นความหวังของผู้ใช้ทุกคน เพราะความเร็วเพียงพอต่อความต้องการ (ประมาณ 3 Mbps ขึ้นไป) และสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกล

แล้วเสียค่าใช้จ่ายในการต่อเน็ตเท่าไหร่?

ถ้าปกติแล้ว ถ้าเราไม่ได้ซื้อแพ็คเกจเสริม ส่วนมากทางเครือข่ายเค้าจะคิดค่าเล่นเน็ต ผ่าน EDGE ประมาณนาทีละ 1 บาท ก็ตกชั่วโมง 60 บาท ถือว่าแพงมาก แต่ก็เหมาะว่าบางคนไม่ได้ใช้ประจำ นานๆใช้ที ก็ยอมเสีย 5 บาท 10 บาท ก็ใช้ได้ แต่หากท่านใดมีการใช้งานสม่ำเสมอ เช่น ชอบเช็ค facebook อยู่เรื่อยๆ หรือ .ใช้ whatsapp, line, viber ฯลฯ อยู่เรื่อยๆ ก็คงต้องเลือกสมัครแพ็กเกจอินเตอร์เน็ต ไม่อย่างนั้น ใช้ทุกวัน วันละสามสิบสี่สิบบาท รวมแล้วเดือนละเป็นพันบาทเลยทีเดียว

ส่วนแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตนั้น แบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ๆ คือ แบบคิดตามเวลาที่ใช้ เราจะสมัครกี่ชั่วโมงก็มีให้เลือกแตกต่างกันไป กับอีกแบบคือ แบบคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้

แล้วจะสมัครแบบใหนดี?

ถ้าท่านใช้กับแอร์การ์ดคือเสียบกับคอมตั้งโต้ะ หรือโน้ตบุคเพื่อเล่นเน็ตโดยเฉพาะ ขอแนะนำให้สมัครแบบคิดตามเวลาที่ใช้ เลือกดูว่าเราจะใช้งานมากน้อยแค่ใหน เช่น เท่านอาจจะใช้ทุกวัน แต่วันนึงไม่นาน ไม่ถึงชั่วโมง ก็อาจจะสมัครแบบ 20 หรือ 30 ชั่วโมงต่เดือนก็ได้
แต่ถ้าหากท่านใช้กับโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟน อย่าง iPhone หรือ Android ขอแนะนำให้สมัครแบบคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้ เพื่อให้ท่านสามารถเปิดสัญญาณเน็ตไว้ได้ตลอดเวลา เรียกว่า ออน whatsapp, line, viber ได้ตลอด ไม่เสียเงินเป็นนาที เป็นชั่วโมง และเพื่อตัดปัญหาการลืมปิดสัญญาณเน็ต เวลาใช้เสร็จด้วย
แต่ถ้าหากมือถือท่านเป็นแบบอื่นที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน (หรือโนเกียแทบทุกรุ่น) พวกนี้ดีอย่าง คือเวลาจะเข้าเน็ตก็เข้าเน็ตให้เราได้ เวลาปิดโปรแกรมที่เข้าเน็ต เครื่องก็จะปิดสัญญาณเน็ตให้เราด้วย ทำให้เราอาจจะสมัครเป็นแบบชั่วโมงก็ได้ จะไปประหยัดกว่า (แต่ถ้าจะใช้พวกโปรแกรมแชทต่างๆ เช่น whatsapp พวกนี้เค้าต้องให้เราออนตลอดจึงจะรับส่งข้อความกันได้ ก็คงต้องสมัครแบบตามปริมาณเช่นเดิม)

แล้วพวกคิดตามปริมาณข้อมูลจะดูยังไงว่าแบบใหนเหมาะกับเรา?

อันนี้เป็นอะไรที่กะให้แน่นอนเลยค่อนข้างจะยาก แต่ขอเสนอวิธีคิดคร่าวๆก่อนคือ โดยเฉลี่ยแล้ว ข้อมูล 10 MB รับอีเมล์ได้ประมาณ 200 ฉบับ หรือถ้าจะเป็นการเปิดหน้าเว็บไซท์ก็ได้ประมาณ 100 หน้า
คราวนี้ท่านก็ลองกะดูนะครับ ว่าซักกี่เมกดีต่อเดือน แล้วลองใช้ดู มากไปน้อยไปเดือนหน้าเปลี่ยนใหม่ได้

หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ ผู้ใช้มือถือทุกท่านนะครับ เจอกันใหม่บทความหน้าครับ ขอบคุณครับ