iPhone, android สมัครเน็ตแบบไหนดี?

ความจริงหลักการนี้ใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกรุ่นนะครับ ไม่จำเป็นจะต้องเป็น iPhone หรือ android เท่านั้น เพียงแต่เว่าสองพวกนี้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีคนใช้เยอะที่สุดในตอนนี้ ก็เลยมีคนถามกันเข้ามาเยอะ

ตอนนี้ผมขอแบ่งตามสไตล์ของผมเอง เป็น 4 พวกนะครับ คือ

  • iOS
  • android
  • Windows Phone
  • Feature Phone

แน่ะ.. เจอศัพท์อังกฤษเข้าไป อย่าพึ่งเบือนหน้าหนี อ่านต่อก่อน ไม่น่าเบื่อครับ

iOS

ก็คือระบบที่ใช้ใน iPhone, iPad, iPod ต่างๆนั่นแหละครับ ถ้าจะเรียกว่า iPhone อย่างเดียว เด๋วก็มีคนถามอีกว่า ipad ละ? .. อิอิ

android

ก็คือเครื่องตระกูล Galaxy ของซัมซุงนะครับ รุ่นใหนมีคำว่า Galaxy แปลว่านั่นแหละแอนดรอยด์ แต่ระบบแอนดรอยด์ ก็ไม่ได้มีแต่ซัมซุงนะที่มี มีอยู่หลายยี่ห้อเช่น sony, htc, acer, asus, LG ต่างก็มีโทรศัพท์ที่ใช้แอนดรอยด์ขายกันทั้งนั้น ถ้านับแล้วคนใช้ในโลกนี้ ระบบแอนดรอยด์มีผู้ใช้เยอะกว่า iOS มากทีเดียว

Windows Phone

คือพวก ลูเมียทั้งหลายนั่นแหละครับ

Featured Phone

ก็คือพวกที่รอดมาจากสี่แบบข้างบนนี่ละครับ ขอให้เล่นเน็ตได้จัดเข้ากลุ่มนี้หมด ข้อสังเกตุง่ายๆของกลุ่มนี้คือ ในเครื่องมีอะไรให้เล่น ก็เล่นได้แค่นั้น โหลดอะไรเพิ่มไม่ค่อยได้ เช่น Samsung Champ , โนเกียจอไม่สัมผัส มีแต่กดปุ่ม อะไรต่างๆ พวกนี้นะครับ

อ่ะ.. รู้จักโทรศัพท์แบบต่างๆไปแล้ว คราวนี้มาดูเรื่องแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตกันบ้าง แพ็กเกจเน็ตก็จะของแบ่งเป็นสามแบบดังนี้

แบบเล่นไม่อั้น (Unlimited) ก็แปลว่าเล่นไม่อั้น ไม่อั้นแปลว่าไม่จำกัด เล่นไปเถ๊อะๆๆๆ
แบบคิดตามเวลา (Time Base) คิดตามเวลาที่เล่น เช่น เล่นได้ 1ชม. 3ชม. 50ชม. เป็นต้น
แบบคิดตามข้อมูล (Data Base) คิดตามข้อมูลจากเน็ตที่จะวิ่งเข้าวิ่งออกเครื่องของเราว่ากี่ไบต์นะครับ

แล้วที่ว่ากี่ไบต์กี่ไบต์.. มันกี่ไบต์กันละ?
แป่ว… คือแพ็กเกจพวกนี้เค้าเวลาเราสมัครเช่น 100MB 30วัน ก็แปลว่า ภายใน 30 วันนับจากวันที่สมัคร คุณจะเปิดเน็ต ต่อเน็ตไว้ตลอด 24 ชม.เลยก็ได้ ไม่มีตัด ถ้าเปิดเน็ตไว้แล้วไม่มีการส่ง รับข้อมูล ก็ไม่มีไรเกิดขึ้น แต่พอมีการส่งรับข้อมูลในเครื่องเรา ระบบเค้าจะเริ่มนับแล้วที่นี้ ว่าเข้ากี่ไบต์ ออกกี่ไบต์

เข้าเรื่องซักที แล้ว iPhone, Android สมัครแบบใหนดี ?
แน่นอนว่าแบบเล่นไม่อั้นนั้นเหมาะกับอุปกรณ์ทุกชนิดที่เล่นเน็ต ก็เพราะมันเล่นได้ทุกอย่าง ไม่จำกัดด้วย ท่านจะเล่นเยอะแค่ใหนก็ได้ แต่ราคาก็จะแพงกว่าแบบอื่นด้วย ของดีแทคก็เริ่มต้นที่ 400 กว่าบาท วันทูคอลก็เกือบ 700 บาทต่อเดือน (อย่าถามว่าทำไมวันทูคอลแพงกว่านะ.. ผมไม่มีคำตอบ.. อิอิ) ดังนั้นถ้าท่านจ่ายไหวแบบนี้ดีที่สุดแน่นอน

หน่วยนับข้อมูลทางคอมพิวเตอร์
1 GB = 1024MB
1 MB = 1024KB
1KB = 1024 Byte

แต่ถ้าเราไม่ได้ใช้เยอะอย่างนั้น ก็คงต้องมาดูแบบ คิดเป็นเวลา กับ คิดตามปริมาณข้อมูล

แบบคิดตามเวลา เหมาะกับใช้กับแอร์การ์ดมากกว่า เพราะแอร์การ์ดนั้นเวลาเราจะเล่น เราค่อย connect เข้าเน็ต พอเราเล่นเสร็จ ก็ถอดแอร์การ์ดหรือ disconnect ออกมา ทำให้เราใช้ได้คุ้มค่ามากกว่า

ส่วนแบบคิดตามข้อมูล ตัวนี้อยากจะแนะนำให้ใช้กับมือถือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น iPhone , Android , Windows Phone, Symbian หรือ Featured Phone ต่างๆ เพราะทุกวันนี้ มันมีแอปต่างๆหลายตัวที่เราๆนิยมเล่นกัน แล้วมันต้องการให้เราต่อเน็ตอยู่ตลอดเวลา เช่น Line, WhatsApp, Viber, Tango, MSN, Facebook เป็นต้น แอปพวกนี้ถ้าเราไม่เปิดเน็ตไว้ตลอด เพื่อนก็จะทักเรามาไม่ได้ แล้วถ้าเราไปสมัครแบบคิดตามเวลา เปิดไว้ตลอดก็โดนไปวันละ 24 ชม. ไม่งั้นเราก็ต้องคอยมาเปิดปิดเน็ตที่เครื่อง จะใช้ทีก็เปิดที เลิกใช้ก็ห้ามลืมปิด ไม่งั้นเวลาก็ไหลไปเรื่อย แถมตอนปิด พวกแอปต่างๆ ก็จะออฟไลน์ไปด้วย ดังนั้นจึงแนะนำแบบคิดตามปริมาณจะดีกว่าสำหรับ มือถือต่างๆ

ส่วนข้อที่ว่าต้องซื้อมากแค่ใหนถึงจะพอ ตัวนี้ค่อนข้างกะลำบาก ผมขอแนะนำคร่าวๆดังนี้

ถ้าเน้นเล่นแชทแบบ Line, WhatApp สมัครพวก 75 MB ก็น่าจะอยู่ได้ทั้งเดือน แต่ถ้าจะดูเว็บด้วย ก็น่าจะ 100MB ขึ้นไป แต่ก็แล้วแต่เราจะใช้มาน้อยเพียงใดด้วย บางท่านอยู่ในที่มีสัญญาณ 3G แล้วกะจะดูยูทูปด้วย เดือนละ 1GB ก็คงจะไม่พอ

สรุปแล้วก็คือลองสมัครดูซักแบบดูก่อน แล้วคราวนี้เราก็มาดูว่าใช้งานแบบเรานี่ 75MB หรือ 150MB เนี้ย อยู่ได้กี่วันหมด นั่นก็จะทำให้เราพอกะๆได้แล้วว่าประมาณใหน

สำหรับท่านที่ชอบดูยูทูป ผมขอแนะนำว่า

ถ้าเครื่องท่านไม่รองรับ 3G และ ที่ที่ใช้ไม่มีสัญญาณ 3G จะดูไม่ได้ (กระตุกชนิดหลับรอได้เลย)
ถ้ากะจะดูเป็นประจำทุกวัน แบบสบายๆ เหมือนดูตามเน็ตบ้าน ค่าดูท่านจะแพงมาก เพราะค่าใช้บริการ 3G บ้านเรายังถือว่าแพงอยู่ ถ้าท่านเอา 3G มาดูยูทูป ค่าดูยูทูปของท่าน เดือนๆนึงคงไม่แพ้ ติด ทรูวิชั่นดูไปเลย

ส่วนบางท่าน หากจะคิดเอา 3G มาเล่นบิตทอเรนท์ ถามว่าใช้ได้มั้ย? ได้ครับ ถามว่าเร็วพอมั้ย? พอครับ.. แต่ท่านก็ลองหารดูนะครับว่าค่าบริการ 3G ของท่าน ตกกี่บาทต่อ GB แล้วหนังที่ท่านโหลด ขนาดกี่ GB ถ้าไปซื้อแผ่นแท้มาดูเลยจะคุ้มกว่ามั้ย… ถ้า 3G คุ้มกว่า ก็ ….โหลดโลดดดด…